สถาบันวิชาการคุณภาพ แหล่งรวมสาระและฐานข้อมูลเพื่อการสอบข้าราชการและพนักงานของรัฐ  ติวสอบราชการ แนวข้อสอบราชการ คู่มือสอบราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานราชการ
มกราคม 28, 2015, 11:08:56 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ชมรมนักวิชาการคุณภาพ สอบราชการ ติวสอบราชการ คู่มือสอบ แนวข้อสอบราชการ
กลับสู่หน้าเวบหลัก>>>
www.vichakankunapab.com
แฟนเพจเฟซบุ้ค>>>www.facebook.com/vichakan.kp
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  ตอบ  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการที่ดีพ.ศ. 2546  (อ่าน 2630 ครั้ง)
sanitvkp
Moderator
นักวิชาการมาใหม่
*****
กระทู้: 10


| |
« เมื่อ: เมษายน 19, 2011, 03:15:43 PM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลัดเกญฑ์และวิธีการบริหารกิจการที่ดีพ.ศ. 2546
1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการที่ดี พ.ศ. 2546 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2546

2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมิใช่ส่วนราชการตาม พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการที่ดี พ.ศ. 2546

3. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามรายละเอียด ดังนี้1. ความมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ 2. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น 3. มีการปรับปรุงภารกิจส่วนราชการให้ทันต่อเหตุการณ์ 4. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ ถือว่า

4. การปฏิบัติราชการเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชน

5. การปฏบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุข เพื่อความอยู่ดีกินดี เพื่อความสงบ และปลอดภัยของประชาชนส่วนรวม คือวัตถุประสงค์ของการบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชน

6. แนวทางของการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ต้องเป็นไปด้วยความสุจริต ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ ก่อนเริ่มดำเนินการต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ผลดี ผลเสียให้ครบทุกด้าน ต้องคอยรับฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของสังคมโดยรวมและประชาชนผู้ใช้บริการ กรณีเกิดปัญหา และอุปสรรคจากการดำเนินการให้ส่วนราชการแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้นโดยเร็ว

7. การบริหารโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่แนวทางบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

8. สำนักงาน ก.พ.ร. ไม่มีหน้าที่ร่วมจัดทำแผนบริหาราชการแผ่นดินเสนอต่อรัฐมนตรี

9. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่ร่วมจัดทำแผนบริหาราชการแผ่นดินเสนอต่อรัฐมนตรี

10. เมื่อคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาหน่วยงานที่จัดทำแผนการบริหาราชการแผ่นดินต้องเสนอแผนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายใน 90 วัน

11. แผนการบริหารราชการแผ่นดินไม่ผูกพันกับ กุงเทพมหานคร

12. คณะรัญมนตรี รัฐมนตรี กระทรวง ล้วนผูกพันธ์กับการบริหาราชการแผ่นดิน

13. การกำหนดแนวทางปฏิบัติ ไม่ใช่สาระสำคัญของแผนการปฏิบัติราชการ

14. การกำหนดเป้าหมาย การกำหนดผลสัมฤทธิ์ของงาน ส่วนราชการและบุคคลที่รับผิดชอบภารกิจ มีการประมาณรายได้ และทรัพยากรต่างๆ ที่จะต้องใช้ และกำหนดระยะเวลาการดำเนินการและการประเมินผล เป็นสาระสำคัญของแผนการปฏิบัติราชการ

15. สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหน้าที่จัดทำแผนนิติบัญญัติ

16. การจัดทำแผนปฏิบัติราชการจะต้องนำแนวนโยบายของรัฐที่แถลงต่อรัฐสภามาพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และแผนพัฒนาประเทศด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง

17. สำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการก็ต่อเมื่อแผนปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการได้รับความเห็นชอบจาก รัฐมนตรีเจ้าสังกัด

18. เมื่อสิ้นปีงบประมาณส่วนราชการจะต้องทำรายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการประจำปี เสนอแก่คณะรัฐมนตรี

19. การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามที่กำหนดในแผนปฏิบัติราชการไปดำเนินการอย่างอื่น ซึ่งมีผลทำให้ภารกิจเดิมไม่บรรลุเป้าหมายหรือนำไปใช้ในภารกิจใหม่ที่มิได้กำหนดในแผนปฏิบัติราชการ สามารถทำได้โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

20. การปรับแผนปฏิบัติราชการมีผลให้โอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งไปดำเนินการอย่างอื่นซึ่งมีผลทำให้ภารกิจเดิมไม่บรรลุเป้าหมายจะทำได้เฉพาะในกรณี ภารกิจนั้นไม่อาจดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไปได้ ภารกิจนั้นหมดความจำเป็นหรือไม่มีประโยชน์หรือหากดำเนินการต่อไปจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น มีความจำเป็นอย่างอื่นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของแผนปฏิบัติราชการ

21. เพื่อการบริหาราชการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนราชการจะต้อง กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติราชการ มีแผนการทำงาน กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานโครงการและงบประมาณที่ต้องใช้ในแต่ละโครงงาน และต้องเผยแพร่ให้ข้าราชการและประชาชนทราบโดยทั่วกัน

22. การจัดทำบัญชีต้นทุน ในการบริการสาธารณะ แต่ละประเภทเป็นไปเพื่อ ประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

23. การจัดทำบัญชีต้นทุนในการบริการสาธารณะ ต้องจัดทำตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง

24. เมื่อส่วนราชการคำนวนรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการแล้วเสร็จต้องรายงานให้ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ก.พ.ร. ทราบ

25. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ มีหน้าที่ประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติถารกิจของรัฐที่ส่วนราชการได้ดำเนินการ

26. ในการประเมินความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐให้คำนึงถึง ประเภทและสภาพของแต่ละภารกิจ ความเป็นไปได้ของภารกิจหรืองานโครงการที่ได้ดำเนิน และประโยชน์ที่รัฐและประชาชนจะพึงได้และรายจ่ายที่ต้องเสียไปก่อนและหลังที่ส่วนราชการได้ ดำเนินการ

27. การจัดซื้อจัดจ้างมีวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและการดูแลรักษาเป็นสำคัญ กระทำได้โดยไม่ต้องถือราคาต่ำสุด

28. การจัดซื้อจัดจ้างต้องดำเนินการโดย เปิดเผยและเที่ยงธรรม พิจารณาถึงประโยชน์ และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ และวัตถุประสงค์ที่ใช้ และพิจารณาถึงราคาและประโยชน์ระยะเวลาของส่วนราชการที่ได้รับประกอบกัน

29. ในการปฏิบัติภารกิจใด หากส่วนราชการจำเป็นต้องได้รับอนุมัติ อนุญาต หรือขอความเห็นชอบจากส่วนราชการอื่น ส่วนราชการที่มีอำนาจพิจารณา ต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่ยื่นคำขอ ทราบภายใน 15 วันหรือตามที่ส่วนราชการที่มีอำนาจประกาศกำหนด

30. การตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาให้การดำเนินการได้เท่าที่จำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใดแล้วให้มติของคณะกรรมการผูกพันส่วนราชการ ซึ่งมีผู้แทนร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วยแม้ว่าผู้แทนส่วนราชการที่เป็นกรรมการจะมิได้เข้าร่ามการพิจารณาวินิจฉัยก็ตาม มติของคณะกรรมการผูกพันกับส่วนราชการที่มีตัวแทนเป็นกรรมการ ยกเว้นการวินิจฉัยในปัญหาด้านกฎหมาย ถ้ามีความเห็นแตกต่างกันสองฝ่ายให้บันทึกเหตุผลกรรมการข้างน้อย ไว้ให้ปรากฎในเรื่องนั้นด้วย เป็นการวินิจฉัยปัญหาของส่วนราชการในรูปแบบของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการที่ดี พ.ศ. 2546

31. การกำหนดตัวชี้วัดผลสำเร็จของภารกิจ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเดิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

32. การจัดทำบัญชีต้นทุนในการบริการสาธารณะ การกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาในการจัดซื้อจัดจ้าง การสั่งราชการโดยปกติให้ทำโดยลายลักษณ์อักษร เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเดิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

33. การกระจายอำนาจ การตัดสินใจมุ่งผลให้ ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน

34. ส่วนราชการจะต้องจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการในการปฏิบัติงานด้าน การบริการประชาชน ด้านการติดต่อประสานงานกับส่วนราชการด้วยกัน เปิดเผยไว้ ณ ที่ทำการของส่วนราชการและระบบเครือข่ายสารสนเทศ

35. การจัดตั้งศูนย์บริการร่วม เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวง

36. การปรับปรุง ภารกิจอำนาจหน้าที่โครงสร้างและอัตรากำลังส่วนราชการเป็นไปโดย ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

37. เมื่อมีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดทั้งหมดหรือบางส่วนห้ามมิให้จัดตั้งส่วนราชการที่มีภารกิจอำนาจหน้าที่ที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันกับส่วนราชการดังกล่าวขึ้นอีกเว้นแต่ มีการเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และมีเหตุผลจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศษฐกิจของประเทศ

38. ข้อควรคำนึงที่สำคัญของการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ให้ทันสมัย และเหมาะสมกับสภาวการณ์ คือ ความสะดวก รวดเร็ว และลดภาระของประชาชน

39. การแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย หากส่วนราชการไม่เห็นชอบด้วยกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เสนอเรื่องต่อ คณะรัฐมนตรี เพื่อวินิจฉัย

40. ก.พ.ร. มีอำนาจในการกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ

41. เมื่อส่วนราชการได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนเป็นหน้าที่ของส่วนราชการจะต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายใน 15 วัน

42. ส่วนราชการจะต้องจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศในระบบเดียวกันกับ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

43. ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินการปฏิบัติราชการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการและความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ และความคุ้มค่าในภารกิจ

44. การประเมินต้องเป็นไปโดยโปร่งใส และตรวจสอบได้ ต้องแจ้งวิธีการประเมินให้ผู้ประเมินทราบล่วงหน้า ไม่ใช่หลักการที่ส่วนราชการใช้ในการประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับ

45. การประเมินต้องเป็นคงามลับ การประเมินเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ เป็นหลักการที่ส่วนราชการใช้ในการประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับ

46. การจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน

47. ส่วนราชการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เป็นหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งเงินรางวัลให้แก่ราชการ

48. ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรี จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบแก่ส่วนราชการ เป็นหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งเงินรางวัลให้แก่ราชการ

49. เงินรางวัลเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการได้มาโดย ส่วนราชการได้ดำเนินงานตามเป้าหมายสามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์โดยไม่เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐ

50. เงินรางวัลเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการได้มาโดย ส่วนราชการสามารถดำเนินการตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วย
บันทึกการเข้า
nuk2535
นักวิชาการขั้นต้น
**
กระทู้: 20


| |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 16, 2015, 09:45:04 AM »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

Finally, we have one of the mistakes that even strong - intermediate players make all the time, and that's not adjusting to รูบี้888 the specific rules of the blackjack variation that you're playing. If you aren't playing your normal game, then you need to read up - on the changes in the rules for the game that you are playing and make strategic adjustments accordingly. Not all blackjack games ฮอลิเดย์พาเลซ play the same, and even small changes in the rules can mean big changes in what the correct เรดดราก้อน88 strategies are in a lot of situations.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  ตอบ  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!